‘สิวขึ้นอีกแล้ว?’ คงไม่มีสาว ๆ คนไหนที่อยากตื่นขึ้นมาส่องกระจกแล้วพูดกับตัวเองแบบนั้น ทั้ง ๆ ที่ก็คิดว่าดูแลผิวหน้าตัวเองดีไม่น้อยแต่ปัญหาผิวก็ยังมีอยู่ ทันใดนั้นปัญหาเรื่องการทำความสะอาดผิวหน้าไม่ดีพอก็ผุดขึ้นมาในหัวคลีนซิ่ง ตัวนี้ที่ใช้เช็ดเครื่องสำอางอยู่ มันเหมาะกับผิวของเรารึเปล่าเนี่ย? วันนี้เรามีคำแนะนำให้สาว ๆ ได้หายสงสัยกันค่ะ – คลีนซิ่ง 

 

Cleansing Water หรือที่เรียกกันว่า Micellar Water เดี๋ยวนี้มีให้เลือกทั้งแบบน้ำใส ๆ และแบบน้ำใส ๆ ผสมกับ Oil เวลาใช้เราต้องเขย่าให้เข้ากัน ใช้แบบไหนถึงเหมาะ?

 

Everyday look, สายฝอ, สายเกา ลุคในวันเบาเบา ฟาดเฉดดิ้งหนัก ๆ หรือกรีดอายไลน์เนอร์เข้ม ๆ ไม่ว่าจะลุคไหนเครื่องสำอางที่ใช้ก็เน้นติดทนนานเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สวยตั้งแต่เช้าจรดเย็นกันทั้งนั้น โดย ‘ซิลิโคน’ มักเป็นหนึ่งในส่วนผสมของผลิตภัณฑ์สำหรับการแต่งหน้าเพื่อช่วยให้ติดทนนานอยู่ได้ทั้งวัน แต่ความน่ากลัวของมันคือการตกค้าง เพราะคลีนซิ่งที่เลือกใช้อาจจะทำความสะอาดได้ไม่หมด ส่งผลให้เกิดสิวอุดตัน สิวผด และปัญหาผิวอื่น ๆ ตามมา

คิดว่าคนที่แต่งหน้าเป็นประจำน่าจะมีคลีนซิ่งประจำตัวกันอยู่แล้ว แต่สำหรับใครที่คิดว่าไม่ค่อยได้แต่งหน้าหรือแต่งหน้าได้จัดก็ไม่จำเป็นต้องสนใจ คลีนซิ่งตัวไหนก็คล้าย ๆ กัน เราขอให้คุณหยุดความคิดนั้นก่อน สิ่งที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น ไม่ได้แปลว่าไม่มีอยู่นะคะซิส แต่จะต้องใช้แบบ Cleansing Water หรือ Cleansing Water แบบผสม Oil มองซ้ายมองขวา คลีนซิ่งประเภทไหนกันล่ะถึงจะจบปัญหาเหล่านี้ได้?

คลีนซิ่ง_Bwarin2

 

Cleansing Water หรือ Micellar Water (คลีนซิ่งสูตรน้ำ)

คิดว่าหลายคนน่าจะรู้จักกับคลีนซิ่งประเภทนี้กันอยู่แล้ว ส่วนผสมหลักคือน้ำและส่วนผสมในการเพิ่มประสิทธิภาพการเช็ดเครื่องสำอาง รวมถึงการเพิ่มวิตามินหรือมอยส์เจอร์ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ไม่ให้ผิวรู้สึกแห้งตึงภายหลังการทำความสะอาด คลีนซิ่งประเภทนี้แหละที่สาว ๆ ส่วนใหญ่เทใจให้ เพราะใช้งานง่าย อ่อนโยนเหมาะกับคนที่ผิวแพ้ง่ายหรือผิวมัน เช็ดเครื่องสำอางออกได้ง่ายดาย แต่ถ้าเป็นพวกมาสคาร่ากันน้ำแบบเวอร์ ๆ หรืออายไลเนอร์ติดทน ชนิดปาดยังไงก็ไม่หลุด อาจต้องหาตัวช่วยอย่าง Cleansing Water แบบน้ำผสม Oil มาช่วยนิดนึง

คลีนซิ่ง_Bwarin3

 

Cleansing Water แบบน้ำผสม Oil

เป็นคลีนซิ่งที่สาว ๆ หลายคนให้ความไว้วางใจและเลือกใช้ เนื้อจะเป็นน้ำ 2 ชั้น ด้านบนมักจะเป็นน้ำมัน และด้านล่างจะเป็นน้ำใส ๆ ซึ่งเวลาใช้ต้องเขย่าให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกันก่อน คลีนซิ่งประเภทนี้เหมาะกับสาวที่รักการแต่งหน้าแน่น เพราะที่เช็ดเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของน้ำมันนี่แหละจะสามารถทำความสะอาดได้หมดจดไม่มีเหลือ จะกันน้ำ กันฝน กันเหงื่อแค่ไหน เรียกได้ว่าเกลี้ยง แต่อาจจะไม่ถูกใจคนที่มีผิวมันอยู่สักหน่อย เพราะจะทิ้งความมันหลงเหลือไว้บนผิวหน้า แถมยังมีคราบ และอาจทำให้ผิวอุดตันได้ง่ายด้วย

แต่ตอนนี้สาว ๆ จะหมดปัญหาเรื่องคราบมันตกค้างเพราะ ล่าสุด นีเวีย ไมเซลแอร์ เอ็กซ์เพิร์ท ไมเซล่า วอเตอร์ NIVEA  MicellAIR Expert Micellar Water คลีนซิ่งที่กำลังเป็นที่กล่าวขวัญถึงในความแสนดี จนอยากจะยกให้เป็นลูกเลิฟตัวใหม่ เพราะเป็น Cleansing Water สูตรพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อเช็ดเครื่องสำอางที่ติดทนนาน กันน้ำ และล้างออกได้ยาก โดยเฉพาะซิลิโคนที่มักผสมอยู่กับเครื่องสำอางกันน้ำ และครีมบำรุงต่าง ๆ ออกได้อย่างหมดจด ไม่เหลือสารตกค้างบนใบหน้า ยังคงคอนเซ็ปต์ไม่ทิ้งความมันหรือคราบเอาไว้ ให้เป็นปัญหาผิวรบกวนใจ

และด้วยนวัตกรรมใหม่ที่เรียกว่า “Dry Oil” ที่เป็นเหมือนน้ำมันแยกชั้นอยู่ด้านบน และด้านล่างคือไมเซล่า วอเตอร์ ที่เมื่อเขย่าให้เข้ากันจะเพิ่มประสิทธิภาพในการเช็ดเครื่องสำอางได้ถึงขั้นสุด เครื่องสำอางและซากซิลิโคนตกค้างจะหลุดออกง่ายดายเหมือนเช็ดด้วยออยล์ แต่ไม่มีความมันหลงเหลืออยู่เลย แหม!บอกเลยค่าว่าพีคมาก

คลีนซิ่ง_Bwarin4

อยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติม คลิ๊ก https://www.nivea.co.th/campaigns/nivea-micellair-expert

นอกจากนี้แล้วยังสามารถใช้แทนอายรีมูฟเวอร์ได้เพราะอ่อนโยนต่อผิว ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองกับผิวบอบบางรอบดวงตาของสาว ๆ แถมยังมีสารสกัดจากแบล็คทีและบิลเบอร์รี่ที่ช่วยบำรุงให้ผิวหน้ากระจ่างใส ลดการเกิดริ้วรอย รวมถึงคืนความชุ่มชื้นให้ผิวภายหลังการทำความสะอาดผิวหน้า เรียกได้ว่าสะอาดครบจบในขวดเดียวจริง ๆ

ขอขอบคุณข้อมูลจากเว็บ Cosmenet คุณสามารถเข้าชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.cosmenet.in.th

 

LEAVE A REPLY