7 เรื่องต้องรู้ (และควรทำ) ถ้าคุณมีผิวแพ้ง่าย

ผิวแพ้ง่าย ทำไงดี? ต้องบอกก่อนว่าไม่ได้เป็นกันทุกคน แต่สาวๆ คนไหนที่เจอแจ็คพ็อตนี้อย่าเพิ่งกังวลใจไป เรามีวิธีกู้ผิวแพ้ง่ายที่ทำได้ง่ายๆ ด้วยตัวเองมาบอกต่อ

ผิวแพ้ง่ายมักพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายถึง 50% ไม่ว่าคุณจะเป็นสาวผิวมัน ผิวผสม ผิวธรรมดา หรือผิวแห้ง ก็สามารถเกิดภาวะผิวแพ้ง่ายได้เท่าๆ กัน แต่สาวผิวแห้งควรระวังให้มากหน่อย ซึ่งโดยปกติผิวหนังของเราจะมีเกราะปกป้องผิวตามธรรมชาติ โดยเกราะนี้จะทำหน้าที่ปกป้องผิวของเราไม่ให้ขาดน้ำ รวมทั้งกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิวตลอดเวลา แต่เมื่อไหร่ที่เกราะนี้ถูกรุกรานจากสภาพแวดล้อม แสงแดด มลภาวะ ฯลฯ ผิวจะอ่อนแอลงจนเกราะป้องกันทำงานได้ไม่เต็มที่และเกิดปฏิกิริยาทันที ซึ่งจะสังเกตได้ง่ายๆ จากอาการเหล่านี้

จะรู้ได้อย่างไรว่าผิวแพ้ง่าย…

1.ผิวหนังจะเริ่มฟ้องและประท้วงด้วยอาการเป็นผื่นแดง ลอกเป็นขุย หรือมีผิวสัมผัสหยาบกร้าน

2.มีอาการคัน ตึงผิว แสบ หรือผิวไหม้ร่วมด้วย

และไม่ใช่แค่ผิวหน้าเท่านั้น แต่อาการผิวแพ้ง่ายสามารถเกิดได้กับทุกส่วนของร่างกาย เริ่มตั้งแต่หนังศีรษะ ริมฝีปาก ผิวกาย ฯลฯ โดยเฉพาะในช่วงที่ร่างกายต้องต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงภายในเมื่ออายุมากขึ้น เพราะผิวก็เหมือนเครื่องยนต์ ยิ่งใช้มากยิ่งมีวันเสื่อม หรือขณะตั้งครรภ์ อาจบอกได้ว่า อาการของผิวแพ้ง่ายนั้นส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับฮอร์โมนก็คงไม่ผิดนัก แต่ยังมีปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้ผิวแพ้ง่ายเกิดการระคายเคืองผิวเพิ่มขึ้นคือ น้ำหอมและสารเคมีต่างๆ

ผิวแพ้ง่าย แก้ได้ด้วยวิธีง่าย (กว่า)

1.หลีกเลี่ยงอากาศเย็นจัดและความชื้นต่ำ

สาวออฟฟิศที่ต้องนั่งหน้าจอตลอดเวลามักเสี่ยงกับภาวะนี้ที่สุด สังเกตได้ง่ายๆ เวลาอยู่ในที่อากาศเย็นมากๆ ผิวจะแห้งแตก คัน ยิ่งต้องอยู่นานผิวจะแห้งจนลอกเป็นขุยให้เห็น จนอดไม่ได้ที่จะต้องเกาจนแสบและเกิดการแพ้ในที่สุด เพราะอากาศเย็นไปช่วยกระตุ้นอุณหภูมิให้ร่างกายรักษาความร้อน ด้วยการทำให้หลอดเลือดในผิวหนังหดตัวลง ผิวจึงขาดความชุ่มชื้นเพราะไม่มีน้ำไปหล่อเลี้ยงผิว เพราะฉะนั้นเลี่ยงได้เลี่ยงเลยค่ะสำหรับอากาศเย็นๆ หาเสื้อคลุมหนาๆ พักดื่มน้ำบ้างจะเยี่ยมเลย

2.อากาศเย็นเกินไปก็ไม่ดี แต่ถ้าร้อนเกินไปก็ไม่ได้ (อีก)

เพราะถ้าต้องอยู่ในที่อากาศร้อนมากๆ ร่างกายจะขับเหงื่อออกมาเยอะกว่าปกติ ทำให้ผิวแห้งและต่อยอดไปถึงผิวแพ้ง่ายได้เหมือนกัน สาวคนไหนชอบหักโหมออกกำลังกาย หรือกำลังอินกับการเข้าฟิตเนสทุกวันเพลาๆ ลงบ้างให้เหลืออาทิตย์ละ 2-3 วันก็เพียงพอแล้ว เพื่อเว้นช่วงเบรคให้ร่างกายได้ปรับสมดุลบ้าง

3.ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวก็มีส่วน

โดยเฉพาะสบู่ ข้อดีนอกจากจะช่วยกำจัดสิ่งสกปรกและไขมันส่วนเกินบนผิวหนังได้ดี แต่ข้อเสียคือมีสารบาชนิดที่มีฤทธิ์ทำงายสมดุลค่า pH ทำให้ผิวแห้งและระคายเคืองได้ ลองเปลี่ยนเป็นครีมอาบน้ำที่มีค่า pH Balance พอเหมาะ ก็เป็นอีกช้อยส์ที่น่าสนใจ

4.อาบน้ำนานเกินไปอันตราย

เข้าใจได้ว่าสาวๆ ต้องใช้เวลาส่วนตัวในห้องน้ำนานกว่าหนุ่มๆ อยู่แล้ว แต่ก็ไม่ควรใช้เวลานานเกินไป เพราะจะทำให้ผิวแห้งตึงจนเกิดอาการผิวแพ้ง่ายได้ อาการนี้จะสะสมไปเรื่อยๆ โดยที่เราไม่รู้ตัวและไม่ทันสังเกต ทางแก้คือ หากไม่ร้อนมากแนะนำให้อาบน้ำอุณหภูมิปกติ หรือเลือกใช้น้ำอุ่นในอุณหภูมิที่ไม่ร้อนจนเกินไป และใช้น้ำมันหรือออยล์ชโลมผิวหลังอาบน้ำก็ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ถ้าไม่ชอบผิวมันเว่อร์ลองเปลี่ยนเป็นครีมบำรุงแบบเบสิคทาหลังอาบน้ำเป็นประจำ จะช่วยเคลือบผิวและลดอาการผิวแพ้ง่ายได้ดีทีเดียว

5.จริงจังกับการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์

เรื่องง่ายๆ ที่หลายคนมองข้ามอยู่ทุกวันคืออาหารการกิน ใครชอบกินขนมปังแทนข้าวหรือกินข้าวเยอะต้องเริ่มลดตอนนี้เลย!  เพราะกินแป้งเยอะจะทำให้แก่เร็ว เกิดริ้วรอยและผิวหนังเหี่ยวได้ง่าย อาจฟังดูน่ากลัว เพราะฉะนั้น ถ้าไม่อยากมีผิวแพ้ง่ายควรเลือกรับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินซี จะให้ได้ผลดีควรหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกแป้ง จะช่วยให้ผิวมีสุขภาพดีขึ้นได้ทันตา

6.งดขัดผิว ทำทรีตเม้นต์

สาวๆ บางคนติดใจการเข้าสปา ขัดผิว บางคนถึงขั้นสร้างตารางเตือนตัวเองทุกอาทิตย์ แน่นอนว่าเป็นเรื่องดีที่จะได้ผ่อนคลาย ปรนนิบัติผิวและผลัดเซลล์ผิวใหม่ไปในตัว แต่ถ้าอยู่ในช่วงผิวอ่อนแอ ผิวแพ้ง่าย ผื่นขึ้น สิวบุก ผิวแห้งจนหน้าลอก ควรงดกิจกรรมนี้ด้วยประการทั้งปวง อย่าเพิ่งรีบเยียวยาด้วยการประโคมทรีตเม้นต์เพื่อหวังให้ผิวกลับมาบลิ๊งค์ๆ (โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำหอม) เพราะการขัดผิวจะยิ่งทำให้ชั้นไขมันที่เป็นเกราะปกป้องผิวอยู่ถูกทำลายอย่างย่อยยับ ผลลัพธ์คือผิวจะยิ่งแห้ง ระคายเคือง และเกิดผิวแพ้ง่ายหนักขึ้นไปอีก  

7.งดปาร์ตี้ ทิ้งบุหรี่สักพัก

สายปาร์ตี้ฟังทางนี้ การดื่มแอลกอฮออล์แบบจัดหนักจะทำให้เราต้องเข้าห้องน้ำบ่อย จนขาดน้ำ และขาดวิตามินบี ทำให้ผิวแห้งคัน จนเกิดผิวแพ้ง่ายและลุกลามจนไม่รู้ตัว ส่วนบุหรี่เป็นอันเข้าใจตรงกันว่ามีโทษอยู่แล้ว ในส่วนของผิวก็ได้รับผลกระทบไม่น้อย เพราะงานวิจัยหลายชิ้นพบว่าสารเคมีที่บรรจุในบุหรี่ก่อให้เกิดอนุมูลอิสระ พร้อมทำลายโครงสร้างของผิวชั้นใน ผลก็คือนอกจากผิวแพ้ง่ายแล้ว ยังทำให้เป็นสิว แผลหายช้า เป็นต้นตอของมะเร็งผิวหนัง แถมลดภูมิคุ้มกันของร่างกายเราอย่างไม่น่าเชื่อ

รู้ทั้งสาเหตุและวิธีแก้ขนาดนี้ มาเริ่มกู้ผิวแพ้ง่ายให้กลับมาสตรองและอยู่ด้วยกันไปนานๆ แค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม จริงจังและใส่ใจกับการดูแลตัวเองมากขึ้น ก็ไม่ต้องกลัวเรื่องผิวแพ้ง่ายอีกต่อไป 

LEAVE A REPLY