ผิวแห้งเป็นอีกหนึ่งปัญหาผิวที่คอยกวนใจสาวๆ ไม่น้อยเลยทีเดียว ปัญหานี้มักพบมากในช่วงฤดูหนาว แต่ขณะเดียวกัน ปัจจัยหรือสภาพแวดล้อมอื่นๆ ก็มีส่วนทำลายความชุ่มชื้นผิวและทำให้ผิวแห้งขึ้นได้ แล้วสาเหตุ อาการ และวิธีแก้เป็นยังไงตามมาดูกัน – ผิวแห้ง

ผิวแห้ง

ผิวแห้ง (Dry skin หรือ Xerosis) คือ สภาวะที่ผิวขาดความชุ่มชื้น เนื่องจากสูญเสียน้ำให้กับชั้นบรรยากาศโดยการระเหยออก ซึ่งโดยปกติแล้วชั้นผิวหนังจะมีการป้องกันการระเหยของน้ำออกจากผิว โดยมีเซลล์ผิวหนังชั้นนอกที่ถูกเชื่อมด้วยไขมันของผิวหนังมีลักษณะคล้ายกำแพงที่คอยปกป้องผิวหนัง และหากกำแพงนี้เกิดความบกพร่องขึ้น ก็จะทำให้ผิวสูญเสียน้ำให้กับอากาศที่อยู่รอบตัว ทำให้เกิดภาวะผิวแห้งและผิวแห้งเสียได้

สาเหตุของผิวแห้ง ภาวะนี้เกิดได้จากหลากหลายปัจจัยประกอบกัน โดยสามารถแบ่งออกเป็น 2 ปัจจัยหลักๆ ดังต่อไปนี้

1.ปัจจัยภายใน

  • พันธุกรรม โรคบางชนิดเป็นปัญหาผิวแห้งที่เกิดจากพันธุกรรม เช่น ผื่นภูมิแพ้ผิวหนังและสะเก็ดเงิน
  • ฮอร์โมน การเปลี่ยนแปลงของปริมาณฮอร์โมน เช่น ระยะตั้งครรภ์, ภาวะหมดประจำเดือน
  • อายุ เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะผลิตไขมันในผิวลดลง ทำให้ชั้นปกป้องผิวอ่อนแอ ผิวสูญเสียน้ำออกจากผิวมากขึ้น
  • อาหาร การได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ทำให้ผิวขาดวิตามิน และผิวแห้งมากขึ้นได้

2.ปัจจัยกระตุ้นภายนอก

  • สภาพอากาศ เมื่อต้องอยู่ในสภาพอากาศเย็นหรือมีความชื้นต่ำ จะทำให้ผิวเกิดอาการแห้งกร้านมากกว่าปกติ เนื่องจากอากาศจะปรับสมดุลความชื้นทางอากาศ โดยการดูดความชื้นจากชั้นผิวหนังเราไปอยู่ตลอดเวลา เพื่อที่จะนำไปทดแทนความชื้นในอากาศ
  • การขัดผิว หลายคนอาจจะมองว่าการขัดผิวคือ วิธีขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกไป แต่ในการขัดทุกครั้งจะเกิดการเสียดสีที่รุนแรงขึ้น และหากทำบ่อยๆ ก็จะทำให้ผิวเกิดความแห้งกร้านมากขึ้น
  • การอาบน้ำร้อน อุณหภูมิของน้ำที่ร้อนจะส่งผลให้ผิวต้องสูญเสียน้ำมันหล่อเลี้ยงผิว ทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้นและแห้งตึง

วิธีช่วยลดอาการ ผิวแห้ง

การดื่มน้ำ วิธีการเติมน้ำให้กับผิวได้ง่ายที่สุด เสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด การดื่มน้ำสะอาดอุณหภูมิห้องในปริมาณที่เหมาะสมกับตัวของคุณเอง แต่โดยส่วนมากจะอยู่ที่ 1.5-2 ลิตรต่อวัน เพื่อชดเชยน้ำที่เราต้องเสียไปในระหว่างวันจากการปัสสาวะ เหงื่อออก หรือการสูญเสียในขณะนั่งอยู่ในห้องแอร์ ถือว่าเป็นการลดผิวแห้งตั้งแต่ภายในเลย

ฉีดสเปรย์น้ำแร่ ถ้าการดื่มน้ำแล้วยังไม่ทันใจ ดูไม่ทันตาเห็น ถ้างั้นลองสเปรย์น้ำแร่ ที่มีทั้งแร่ในตัว หรือบางผลิตภัณฑ์ก็จะมีการแต่งเติมวิตามินให้พร้อมในตัว ฉีดเพื่อเติมน้ำให้ผิวได้สดชื่น ลดอาการผิวแห้ง แต่วิธีการฉีดสเปรย์เป็นการช่วยเติมน้ำในระหว่างวันและปรับสมดุลให้ผิวในแต่ละวัน ส่วนในเรื่องการซึมทราบนั้นอยู่ที่ผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดว่ามีอนุภาคเล็กเท่าไหร่

ผิวแห้ง_Bwarin2

ใช้ aloe vera สมุนไพรพื้นบ้านสรรพคุณดีงามแทบจะครอบจักราวาลที่มักมีเป็นสารประกอบตามผลิตภัณฑ์ต่าง ๆใช้ได้ตั้งแต่ผมจรดเท้า ส่วนมากเรามักจะเห็นในรูปแบบของเนื้อเจลสีใส ทาแล้วไม่เหนียวเหนอะเย็น ๆ ยิ่งถ้าได้แช่เย็นไว้ก่อนสดชื่นแน่ ๆ นอกจากจะช่วยในเรื่องการลดอาการผิวแห้งและเติมน้ำให้ผิวแล้ว ยังช่วยบรรเทาอาการแดงจากสิวหรือแดดเผาได้อีกด้วย

ใช้ครีมเสริมการบำรุง วิธีนี้เป็นเบสิคที่ทุกคนนึกถึงแน่นอน แล้วไม่แน่ทั้งหลายทั้งมวลของเครื่องประทินโฉมก็พอจะมีเจ้าพวกนี้อยู่บ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบเจล ครีม หรือ sleeping mask สักอย่างแน่ๆ เจ้าครีมพวกนี้ล่ะที่จะมีสารที่ช่วยให้ผิวกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ได้นานขึ้น นอกจะลดผิวแห้งและช่วยเติมน้ำให้ผิวแล้วก็ช่วยป้องกันการขาดความชุ่มชื้นอีกด้วย

และขอแนะนำมอยเจอร์ไรเซอร์ที่ให้มากกว่าเพิ่มความชุ่มชื้น IndiGlow Seductive White Rejuvenating Moisturizer ที่คอยปกป้องผิวจากแสงแดดได้ด้วย SPF 30 PA++++ ใช้ได้แม้แต่ผิวแพ้ง่าย

น้ำมันธรรมชาติ น้ำมันบำรุงผิว สำหรับสาวผิวที่แห้งง่ายถึงผิวธรรมดายิ่งเหมาะกับการใช้น้ำมันบำรุงผิวเพราะผิวต้องการความชุ่มชื่นยิ่งอากาศที่แห้งจากฤดูหนาวด้วยแล้ว น้ำมันคือส่วนประกอบสำคัญที่ช่วยรักษาความสมดุล ช่วยให้ผิวคงความชุ่มชื่นตามธรรมชาติ ไม่แห้งหรือมันเกินไป เมื่อผิวมีความสมดุลปัญหาผิวอื่นๆ ก็จะไม่ตามมา แถมช่วยไม่ให้สิวบุกอีกด้วย ไม่ว่าจะมีสภาพผิวแบบไหนก็ควรหาน้ำมันมาบำรุงเพื่อให้ผิวเกิดความสมดุลและชุ่มชื่น ซึ่งไม่ว่าจะเป็น น้ำมันโจโจบา น้ำมันโรสฮิป น้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะกอก น้ำมันเมล็ดองุ่น น้ำมันละหุ่ง ต่างก็ให้ความชุ่มชื่นแก่ผิวเช่นกัน

 

เพียงแค่นี้จะหนาวแค่ไหน อากาศแห้งเพียงใดก็ไม่หวั่นอีกต่อไปแล้ว แค่ทำตามลิสต์ที่ได้แนะนำไปด้านบนรับรองนอกจากจะได้ผิวเนียนนุ่ม ชุ่มชื้นแล้วจะได้ความขาวกระจ่างจากวิตามินในสารสกัดที่บำรุงเข้าไปด้วยนะซิส

LEAVE A REPLY