สำหรับใครที่มีความกังวลความมันส่วนเกินบนใบหน้า แต่ไม่รู้จะหาทางออกยังไง นอกจากหน้ามัน แล้ว ยังพ่วงมาพร้อมรูขุมขนกว้างอีกด้วย ปกติแล้วระบบร่างกายคนเรา จะผลิตน้ำมันออกมาเพื่อให้ผิวพรรณของเราคงอยู่ในสภาพที่ชุ่มชื้นและคอยปกป้องจากสิ่งแปลกปลอมภายนอก แต่อะไรก็ตามที่มันเกินไปไม่ว่าจะน้อยหรือมากไปก็มักจะส่งผลเสียมากกว่าผลดี จริงไหม  ถ้าคุณรู้ตัวว่าเป็นคนหน้ามัน ก็ต้องรู้จักวิธีการดูแลตัวเองให้เหมาะสมกับสภาพผิวของตนด้วย – หน้ามัน

หน้ามัน

สาเหตุของผิว หน้ามัน

ผิวหน้ามันมีสาเหตุมาจากการที่ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากเกินปกติ โดยต่อมไขมันบนใบหน้าจะมีมากในช่วง T-Zone โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณจมูกจะมีขนาดใหญ่และทำงานได้ดีกว่าต่อมไขมันบริเวณอื่น นี่จึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมบริเวณจมูกมักจะมีความมันมากกว่าปกติ แต่ก็ยังมีปัจจัยอื่นอีก ที่อาจทำให้หน้ามัน ได้แก่

  • กรรมพันธุ์ ลักษณะทางพันธุกรรมที่ทำให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากเกินไปอาจถูกส่งผ่านจากรุ่นสู่รุ่นได้
  • สภาพอากาศ การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศก็อาจทำให้เกิดหน้ามันได้เช่นกัน
  • ระดับฮอร์โมนเพศชายในร่างกายเพิ่มสูงขึ้น จากสาเหตุต่าง ๆ เช่น เข้าสู่ช่วงวัยเจริญพันธุ์ หรือป่วยด้วยกลุ่มอาการ PCOS ซึ่งเป็นความผิดปกติของระบบต่อมไร้ท่อจนทำให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายขาดความสมดุล และผู้หญิงช่วงใกล้มีรอบเดือน
  • การใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าหรือเครื่องสำอาง เพราะเครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์บางชนิดอาจทำให้ความมันบนใบหน้าขาดความสมดุล
  • พฤติกรรม คือการใช้ชีวิตประจำวันที่ไม่เหมาะสม อย่างเช่น การดื่มน้ำน้อย การสครับผิวหน้า หรือล้างหน้าบ่อยเกินไปจนทำให้ผิวหน้าแห้ง อักเสบ การอดนอน ตากแดดจัดโดยไม่ได้ทาครีมกันแดด เป็นต้น

หน้ามัน แล้วทำอย่างไรดี

วิธีจัดการปัญหาหน้ามันอาจขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ทำให้หน้ามันด้วย เพราะหากหน้ามันจากกรรมพันธุ์หรือฮอร์โมนก็อาจรับมือแก้ไขได้ค่อนข้างยากเสียหน่อย แม้ว่าจะเปลี่ยนพันธุกรรมไม่ได้ แต่เราสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้

1.เรื่องความสะอาดต้องมาก่อน การที่ผิวหน้าของเรามีความมัน ก็จะยิ่งสะสมสิ่งสกปรกบนใบหน้า เพราะฉะนั้นเราไม่ควรปล่อยให้มีสิ่งตกค้างอยู่บนใบหน้าเป็นอันขาด ผิวหน้ามันควรล้างทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาด และไม่ควรล้างหน้าบ่อย ๆ แต่ควรล้างแค่ช่วงเช้าและเย็น หรือล้างเฉพาะในเวลาที่รู้สึกว่าหน้าตัวเองมันมากจริง ๆ เท่านั้น เนื่องจากการล้างหน้าบ่อย ๆ จะยิ่งเป็นการเร่งผิวให้ผลิตน้ำมันมากขึ้นกว่าเดิม

หน้ามัน_Bwarin2

2.โทนเนอร์ โทนเนอร์เช็ดหน้าส่วนมากผลิตมาเพื่อเช็ดหน้าให้สะอาดหมดจดจากเครื่องสำอางและสิ่งสกปรกที่ติดอยู่บนผิวหน้า ซึ่งโทนเนอร์นั้นมีส่วนผสมที่แตกต่างออกไปตามยี่ห้อ ทั้งเหมาะกับคนที่มีผิวหน้ามัน และคนที่มีผิวหน้าแห้ง โทนเนอร์เป็นผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับการแก้ปัญหาหน้ามันมากและคนที่มีปัญหาสิว เพราะผลิตภัณฑ์โทนเนอร์ส่วนใหญ่จะมีส่วนประกอบที่ช่วยในการรักษาสิวเช่น Salicylic acid, glycolic acid ซึ่งไปลดการผลิต sebum ของต่อมไขมันในรูขุมขน ซึ่งนอกจากจะช่วยลดปัญหาหน้ามันแล้ว ยังช่วยลดปัญหาสิวด้วย

3.เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหน้า หากไม่ได้รับความชุ่มชื้นเพียงพอ ผิวหน้าอาจแห้งและระคายเคืองจนผิวเสียทั้ง ๆ ที่มีหน้ามันได้ ซึ่งอาจใช้ครีมหรือโลชั่นเนื้อบางเบาสำหรับทาให้ความชุ่มชื้นผิว หรือใช้สารสกัดจากผิวมะนาวที่อาจช่วยกระชับผิวหน้าและต้านเชื้อแบคทีเรียบนผิวได้ แต่ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากน้ำมัน ไม่ทำให้รูขุมขนอุดตันและหลีกเลี่ยงการใช้ครีมที่มีความเข้มข้นมากจนเกินไป ก็จะลดผิวหน้ามันได้

4.มาส์กหน้าใสช่วยลดผิวหน้ามัน ผิวมันและรูขุมขนกว้าง การมาส์กหน้าควรเลือกมาส์กที่มีส่วนช่วยลดหรือยับยั้งการผลิตน้ำมันใต้ผิว อาจเป็นมาส์กสูตรโฮมเมดที่ทำง่ายๆ ซึ่งเป็นสูตรหน้าใสพร้อมกัน เช่น การใช้โยเกิร์ตรสธรรมชาติมามาส์กบางๆ บนผิวหน้าจนทั่ว ปล่อยไว้ประมาณ 5-10นาที แล้วล้างออก ก็จะช่วยลดการเกิดรูขุมขนกว้าง ช่วยลดความมันบนใบหน้า เนื่องจากโยเกิร์ตมีกรดแลคติกและโปรไบโอติกที่ช่วยต้านเชื้อแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุในการเกิดสิวได้ นอกจากนี้ก็ยังใช้ไข่ขาวมาส์กหน้าได้เช่นเดียวกัน สูตรมาส์กหน้าจากไข่ขาวนับว่าจะช่วยลดเลือนความมันบนใบหน้า และช่วยกระชับรูขุมขนกว้างให้เล็กลงได้อีกด้วย สูตรมาส์กหน้าเหล่านี้ล้วนเป็นสูตรหน้าใสที่คนหน้ามันควรทำเป็นประจำเลยล่ะ

5.ใช้กระดาษซับหน้ามันในกรณีที่จำเป็น เป็นวิธีพื้นฐานที่ช่วยจัดการความมันส่วนเกินได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่ใช้กระดาษหรือแผ่นฟิล์มซับความมัน นำมาซับบนใบหน้าบริเวณที่เป็นมัน แต่ต้องซับเฉพาะความมันที่เป็นส่วนเกินเท่านั้น หรือในกรณีที่หน้าของเรามันเวอร์จริง ๆ เพราะถ้าหากซับหน้าจนแห้ง ก็จะกลายเป็นการซับเอาน้ำมันส่วนที่ควรเหลือไว้หล่อเลี้ยงผิวออกไปจนหมด คราวนี้ผิวจึงยิ่งเร่งขับน้ำมันออกมามากขึ้นกว่าเดิม

 

นอกจากนี้ ผู้ที่มีผิวหน้ามันโดยธรรมชาติอาจมีแนวโน้มสุขภาพผิวหน้าดีกว่าและมีริ้วรอยน้อยกว่า ดังนั้น ควรขจัดความมันบนใบหน้าแต่พอดี เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อกลไกต่อต้านริ้วรอยตามธรรมชาติของผิว แต่หากดูแลตนเองตามวิธีข้างต้นแล้วปัญหาหน้ามันยังคงอยู่ ไม่ดีขึ้น มีอาการแย่ลง หรือปรากฏอาการแพ้ ควรไปปรึกษาแพทย์ผิวหนังและรับการรักษาที่เหมาะสมต่อไป