เนื้อครีม แบบไหนที่ทาแล้วใช่ ใช้แล้วดีต่อใจใครเห็นก็ปลื้ม

ครีมบำรุง ไม่เพียงแต่มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิว แต่ยังช่วยเสริมเกราะปกป้องผิว ช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ และฟื้นฟูผิวหยาบกร้านให้เนียนนุ่ม แต่ในท้องตลาดปัจจุบันมีครีมบำรุงหลายชนิดให้เลือกใช้ สาว ๆ จึงควรเลือกใช้ เนื้อครีม บำรุงที่ดีและเหมาะกับสภาพผิวของตัวเองด้วย เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการดูแลผิวพรรณ

เนื้อครีม

อย่างแรกเลยนั้นก่อนจะไปเลือกว่าเนื้อครีมที่เหมาะกับเรานั้น มาทำความรู้จักสภาพผิวตัวเองให้ดีเสียก่อนว่าเป็นแบบไหนกันแน่

ผิวทั่วไป-> หากผิวไม่มันและไม่แห้งจนเกินไป ควรเลือกใช้ครีมบำรุงที่มีส่วนผสมหลักเป็นน้ำและซิลิโคนชนิดเบา เช่น ไซโคลเมทิโคน (Cyclomethicone) เพราะมีเนื้อบางเบาและไม่เหนียวเหนอะหนะ

ผิวมัน-> หลายคนมองว่าผิวมันไม่จำเป็นต้องใช้ครีมบำรุง แต่ผู้ที่มีผิวมันควรใช้ครีมบำรุงเพื่อปกป้องผิวหลังล้างหน้าหรือใช้ผลิตภัณฑ์ใด ๆ ที่ทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น โดยเลือกครีมเนื้อโลชั่นที่ระบุไว้ว่าไม่อุดตันรูขุมขน เพื่อลดโอกาสการเกิดสิว

ผิวแห้ง-> เหมาะกับครีมบำรุงที่มีส่วนผสมหลักเป็นน้ำมัน และควรใช้ผลิตภัณฑ์ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวที่ทำมาจากปิโตรเลียมบนผิวหนังบริเวณที่แห้งและหยาบกร้านมาก เพราะมีประสิทธิภาพในการกักเก็บน้ำไว้ที่ผิวได้นาน

ผิวแพ้ง่าย-> เป็นผิวที่ไวต่อสิ่งรบกวนภายนอก โดยเฉพาะสารเคมีและสภาพอากาศ ซึ่งทำให้เกิดอาการระคายเคือง มีผื่นแดง ตุ่มนูน รู้สึกคัน หรือแสบผิวได้ง่าย จึงควรเลือกครีมบำรุงผิวที่ใช้ส่วนผสมหลักจากธรรมชาติและอ่อนโยนต่อผิว เช่น คาโมมายล์ ว่านหางจระเข้ เป็นต้น รวมถึงหลีกเลี่ยงการใช้ครีมที่แต่งสีแต่งกลิ่นหรือมีกรดเป็นส่วนประกอบ

เนื้อครีม แบบไหนที่ใช่ ใช้แล้วดีต่อใจ

เมื่อรู้ว่าสภาพผิวตัวเองเป็นแบบไหนแล้วควรใช้เนื้อครีมแบบไหน แต่ทว่าการบำรุงลักษณะเนื้อครีมก็มีหลายหลายประเภท

เนื้อครีม_Bwarin2

  • ครีม (Cream) ครีมบำรุงผิวส่วนใหญ่จะมีส่วนผสมของน้ำมัน + น้ำ ซึ่งจะมีความเข้มข้นของเนื้อครีมสูงมากที่สุด หากเทียบกับการทำงานรูปแบบ การดูดซึมเนื้อครีมเข้าสู่ผิวได้ช้ากว่าการบำรุงผิวชนิดอื่น เนื้อครีมที่นิยมใช้กันในปัจจุบันอาจมีการใส่ส่วนผสมของสาร Active Ingredients เพื่อให้ผิวได้รับการบำรุงอย่างเต็มที่
  • โลชั่น (Lotion) เนื้อโลชั่นมีลักษณะคล้ายครีมมาก แต่จะมีส่วนประกอบของน้ำ มากกว่าเนื้อครีม เพิ่มส่วนผสมของสาร Active Ingredients วิตามิน หรือสารสกัดบำรุงผิวพรรณชนิดอื่นลงเนื้อโลชั่นได้ จะเห็นผลการเปลี่ยนแปลงผิวใหม่สวยกระจ่างใสขึ้นกว่าเดิม
  • ซีรั่ม (Serum) เนื้อซีรั่มส่วนใหญ่เป็นแบบใส มีเนื้อสัมผัสที่บางเบา หากเทียบกับการบำรุงผิวชนิดอื่น เนื้อซีรั่ม คือสูตรที่พัฒนาให้มีความเข้มข้นของ Active Ingredients สูงขึ้น และเห็นผลชัดเจนในระยะเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ ซึมซับการบำรุงเข้าสู่ผิวหนังได้เร็ว เพราะเป็น Water Based Product มีน้ำเป็น Medium ต่างจากครีมและโลชั่น มีการบำรุงอย่างล้ำลึกและเหมาะกับผิวทุกประเภท จึงไม่แปลกใจที่ Serum มีราคาที่สูงกว่าการบำรุงผิวชนิดอื่น
  • เจล (Gel)  มีลักษณะเนื้อสัมผัสคล้ายเจล ซึ่งเป็นสารประเภท Polymer โครงสร้างภายในเนื้อเจลสามารถอุ้มน้ำได้จำนวนมาก ด้วยคุณสมบัติของ Water Absorbent ทำให้เจลบำรุงผิวประเภทนี้ส่วนใหญ่นำไปใช้บำรุงเพิ่มวิตามินและความชุ่มชื้นให้กับบริเวณใต้ดวงตา ลดรอยหมองคล้ำบริเวณใต้ดวงตาได้เป็นอย่างดี
  • ฟลูอิคหรือเอสเซ้นส์ (Essence) ป็นเนื้อซีรั่ม มีเนื้อสัมผัสเนื้อบางเบา แต่มีสีที่เข้มข้นมากกว่าซีรั่มทั่วไป เนื่องจากมีส่วนผสมเพิ่มความเข้มข้นในปริมาณสูงสุดด้วย Active Ingredient เป็น Water Based ซึมซับเร็ว เกลี่ยง่าย การบำรุงผิวมีประสิทธิภาพเห็นผลชัดยิ่งขึ้น

 

นอกจากรู้ว่าตัวเองมีสภาพผิวแบบไหนแล้วเมื่อเลือกใช้เนื้อครีมที่ตรงต่อความต้องการของผิวแล้ว รับรองได้ความสวยอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมหรอก จริงไหมสาวๆ